(—),,、,。
สงครามเย็น (ค.ศ. 1947–1991) หมายถึงการเผชิญหน้ากันยาวนานกว่าสี่สิบปีระหว่างค่ายตะวันตกที่นำโดยสหรัฐอเมริกาและค่ายตะวันออกที่นำโดยสหภาพโซเวียตภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ทั้งสองฝ่ายแข่งขันกันอย่างครบวงจรในด้านอุดมการณ์ การทหาร และภูมิรัฐศาสตร์ แต่ไม่เคยปะทะกันโดยตรงในความขัดแย้งด้วยอาวุธขนาดใหญ่
:,,。
รากฐานของสงครามเย็นอยู่ที่การจัดระเบียบระหว่างประเทศใหม่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง สหภาพโซเวียตสถาปนารัฐบริวารหลายประเทศในยุโรปตะวันออก ส่วนสหรัฐฯ ก็ฟื้นฟูเศรษฐกิจยุโรปตะวันตกผ่านแผนการมาร์แชลล์และสร้างพันธมิตรนาโต การเผชิญหน้าของสองค่ายใหญ่ก่อรูปขึ้นอย่างรวดเร็ว
,,、。
การปรากฏตัวของอาวุธนิวเคลียร์ทำให้ทั้งสองประเทศไม่สามารถรับภาระของสงครามโดยตรงได้ ทั้งสองฝ่ายจึงหันไปแย่งชิงอิทธิพลในประเทศโลกที่สาม สงครามเกาหลี สงครามเวียดนาม และวิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา ล้วนเป็นการแสดงออกของสงครามเย็นในภูมิภาคต่างๆ
,:、、。
สงครามเย็นไม่ใช่เพียงการเผชิญหน้าทางทหาร แต่ยังเป็นการแข่งขันเชิงสถาบัน ทั้งสองฝ่ายต่างแสดงความเหนือกว่าของระบบตนเองในสาขาการสำรวจอวกาศ กีฬา การเผยแพร่วัฒนธรรม และการให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ
,、。
การล่มสลายของกำแพงเบอร์ลินในปี ค.ศ. 1989 และการสลายตัวของสหภาพโซเวียตในปี ค.ศ. 1991 เป็นสัญญาณบอกจุดสิ้นสุดของสงครามเย็น แต่ความขัดแย้งในภูมิภาค ความเสี่ยงจากการแพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ และตรรกะของการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจที่หลงเหลือจากยุคนี้ยังคงส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจนถึงทุกวันนี้
:、,。
คุณค่าของการศึกษาประวัติศาสตร์สงครามเย็นอยู่ที่ การเผยให้เห็นว่าผลประโยชน์ของชาติ อุดมการณ์ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ ร่วมกันหล่อหลอมวิถีการพัฒนาของระบบระหว่างประเทศได้อย่างไร ซึ่งเป็นข้อมูลอ้างอิงทางประวัติศาสตร์ที่ขาดไม่ได้สำหรับการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างมหาอำนาจในยุคปัจจุบัน